สวัสดีครับ
ผม อยากทราบว่าการโกหก เยอะๆ เยอะมากๆ มันเป็นปรกติของสังคมไทยหรือเปล่า
จะเอาตรงๆ คือ ผมปรกติมั้ย ?
.
.
จะเริ่มเรื่องยังไงดี เขาบอกว่า เกิน60% ของคนรักร่วมเพศ มักเคยโดนล่วงละเมิด ตอนเด็ก ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
สมัยตอนเด็ก ราวๆ 4ขวบ ผมโดนลุง แถวๆบ้าน หลอกให้ไป อม***** หลังจากนั้น ก็มากขึ้น มากขึ้น เรื่อยๆ ถึงขั้น พยายามข่มขืนกันเลยทีเดียว เหตุการณ์ นั้นฝังใจมาก และทำให้ผมชอบผู้ชาย มาจนปัจจุบัน
หลังจากเหตุการณ์นั้น ครอบครัวผมก็ย้ายออกจากกรุงเทพ ไปอยู่ จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน
ครอบครัวพ่อผมเป็น มุสลิม ผมจึงได้นับถือ กับพวกท่าน จึงทำให้ผมโดน เหยียด โดนแกล้ง โดนรังแกมากเป็นิพิะศษ เพราะความแตกต่าง
ไอ้**** ไอ้ไม่กินหมู ไอ้โจรใต้ ทำไมไม่ลงไปอยู่ใต้ และอีกมากมาย ในชีวิต ประถม
เพื่อนดีๆ ที่คบตั้งแเด็กจนโตนั้น ผมไม่มีเลย
.
พอเข้ามัธยม ผมมีการปรับตัว เข้าสังคม พยายาม ไม่เลือกกิน กินหมู กินทุกอย่าง โกหก ทุกคนที่ รร ว่าเป็นพุทธ
โกหก พ่อแม่ตัวเองว่าไม่ได้กินหมู
ใช้ชีวิตโดย โกหก ทุกๆคนไป จนกระทั่ง ม.ปลาย
ช่วงม.ปลายผมมี เพื่อนที่เรียกได้ว่าเพื่อนแท้ 2คน
แต่ถึงแบบนั้น ผมก็โกหกพวกเค้า เรื่องของผม อยู่ไม่น้อย แต่ก็เปิดเผยรสนิยมทางเพศ
วันนึง เพื่อนสนิทผมไปที่บ้าน แล้วได้คุยกับพ่อแม่ผม
พ่อโกรธมาก บอก อิสลามไม่มีกะเทย ไม่มีเกย์ ถ้าจะผิดเพศ (ผิดหลักศาสนา) ก็ไม่ต้องมาเป็นพ่อลูกกันเลย
ผมคุยกับเพื่อน ทั้ง2 พวกเค้าก็เข้าใจ
.
หลังจากนั้น ผมก็ต้องโกหกมากยิ่งขึ้น
.
ยิ่ง เพื่อที่จะเข้าสังคมใหม่ๆ ผมก็เริ่มที่โกหกมากขึ้น ทั้งอายุ ทั้งชื่อ รสนิยมทางเพศ และ ฐานะ
ผมเรียนมหาลัย ไปอย่างราบลื่น โดยไม่มีเพื่อนเลย มีเพียงแต่ เพื่อนร่วมชั้นที่คุยกันเรื่องงาน แบบ ตอบ ถาม แล้ว จบ
มีแม่ค้าร้านอาหาร คนนึง สนิทมาก ขนาดที่ทำ ให้กินฟรี อาทิตละครั้ง
แถมยัง เพิ่มอาหารให้ทุกครั้ง เพราะกลัวไม่อิ่ม ไปเที่ยวไหน ซื้อของฝากผมตลอด
โดยที่แม่ค้าคนนั้น "ไม่ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับผมสักอย่าง" ไม่ว่าจะเป็น อายุ ชื่อเล่น รสนิยม สาขาที่เรียน ที่ตั้งหอพัก
.
ปิดเทอม ได้ไปเที่ยว กับครอบครัว เพื่อนสนิท พ่อแม่ เพื่อน มักชมเสมอว่านิสัยดี
รักสะอาด ไม่เหมือน ลูกตัวเอง
รักสะอาด คือ (ผมเป็นคน เห็นขยะตกพื้น ในเขตที่อยู่อาศัย ไม่ได้ ต้องตามเก็บ และ ผมจะเก็บทุกอย่างที่ตัวเองกิน ไม่ว่าจะเป็น ขนมขบเคี้ยว หรือ กระทั่ง kfc ซึ่ง !!!! นิสัยส่วนนี้ ผมจะทำก็ต่อเมื่อ ผมอยู่กับคนอื่นเท่านั้น อยู่คนเดียวรกมาก << fake สร้างภาพ โกหก อีกแล้ว) และยังมีความเป็นเด็กดี มีเมตตา มีความขยัย หมั่นเพียร และ อีกมากมาย ที่ผมโกหก จนคนรอบข้างคิดว่าผมเป็นคนแบบที่กล่าวมา
.
อยู่ กับเพื่อนคนนึงเป็นแบบนึง กับอีกคน เป็นแบบนึง
คนละแบบ ไม่ใช่แค่การใส่หน้ากาก แต่เป็น คนละคาแรกเตอร์เลย กับเพื่อนบางคน ผมธรรมมะ ธรรมโมปลอมๆ
กับอีกคน เป็นคนใจร้อนปลอมๆ กับบางคน ผมเสล
อยู่กับผู้ใหญ่เป็นแบบนึง ยิ่งหนักมากตอนอยู่บ้าน คือ พ่อ แม่ แยกทาง ตอน ปี1
คุยกับพ่อ พ่อด่าแม่ให้ฟังผมก็เออ ออ ไปด้วย กับแม่ก็แบบเดียวกัน เออ ออ ไปด้วย
ผมหารายได้เสริม ระหว่างเรียน ด้วยการสอนภาษา โดยโกหกว่า ผมเรียน ครู eng
แต่สอนได้ดี เพราะผมตั้งใจโกหกมากๆ (ถึงกับศึกษา จนอยู่กินกับต่างชาติได้ เพื่อมาสอน)
และก็เริ่ม ศึกษา จริงจัง เพื่อให้โกหกได้เยอะยิ่งขึ้น สอนทั้ง คณิต ภาษา และฟิสิก
ถึง ขนาด ผ่า เย็บ แผลให้คนเจ็บได้ เพราะ ศึกษามาเยอะ แน่นอนว่า โกหกว่าเรียนหมอ
.
ปัจจุบัน
ทุกวันนี้ เวลามีคนมาถาม หรือ ให้ทำอะไร ให้พูดอะไร " การตอบตามความจริง หรือการทำตามความรู้สึก เป็นอย่างสุดท้ายที่ผมคิดจะทำ "
ผมคิดหาคำพูดโกหก ให้มันผ่านไปด้วยดี โดยที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ผมทำแบบนั้น มาหลายปี จนทุกวันนี้ ผมไม่รู้แล้วว่า ผมชอบอะไร ผมแค่ทำ ตามที่คนอื่นต้องการ (โดยอ่านกริยา ก่อนว่า เค้าต้องการแบบไหน)
.
และผม สับสนทางเพศตอน อายุ 22
ผมคบกับผู้หญิงคนนึง เราวางแผนจะแต่งงานกันแล้ว ทั้งๆที่เค้า ไม่รู้รสนิยมผม ไม่รู้ภูมิหลังผม ไม่รู้แม้กระทั่งศาสนา
คงเพราะผม โกหก ทุกอย่างๆ เพื่อให้มันผ่านไปด้วยดี
ผมรู้สึกดีกับผู้หญิง คนนี้มาก อยากใช้ชีวิต กับเธอ ห่วงใย ใส่ใจ และแคร์ ความรู้สึกเธอมาก
แต่ผมไม่รู้ว่า ผมจะมี sex กับเธอ ได้รึปล่าว เพราะผมไม่เคยกับใครเลย
กับผู้ชายด้วยกัน ก็เคยลอง สุดท้าย...ความทรงจำตอนโดนข่มขืนกลับมาหลอกหลอน โวยวายร้องไห้ ถีบอีกฝ่ายกระเด็น
.
.
### ผม....ไม่รู้แล้วว่า ผมชอบผู้ชายหรือ ผู้หญิง ผมบอกตัวเองว่าชอบผู้ชายมาตลอด แต่กลับมีอะไรกับผู้ชายไม่ได้
กลับผู้หญิงที่คบด้วย ผมรักมาก แต่ไม่เคยเกิดอารมณ์กับเธอ
.
### ผมไม่รู้ด้วยว่าผมชอบอะไร แค่ทำให้คนรอบข้างพอใจ และไม่ทำใครเดือดร้อน
.
เคยปรึกษาเพื่อนสนิท ว่าควรใช้ขีวิตยังไง เพื่อใคร
(ปัจจุบันโกหก ทั้งพ่อและแม่ ว่าเป็นคนกตัญญู หาเงินส่งให้ คอยดูแล แต่ไม่ให้พวกท่านรู้อะไรกับผม ไม่ว่าจะเป็น งาน เพศ หรือ ความรัก)
เพื่อนบอกว่า ก็เป็นมาหลายอย่างแล้ว ทั้งครู หมอ ทหาร ชาวนา จิตอาสา ไม่มีที่โดนใจบ้างเหรอ ?
#คำตอบของผมคือ
ผมชอบทุกอย่าง ตอนเป็นครู ผมชอบเด็ก และชอบสอน
ตอนเป็นหมอ ผมชอบดูแลคนป่วย คนที่ดุแลตัวเองไม่ได้
ตอนเป็นทหาร ผมชอบเสียสละ ชอบทำเพื่อคนอื่น
ตอนเป็นชาวนา ผมชอบชีวิตหาเช้ากินค่ำ
ตอนเป็นจิตอาสา ผมข่วยเหลือคนที่เดือดร้อน
ปัจจุบัน ชอบอยุ่กับ คนรัก ชอบดูแบพ่อแม่
.
ที่แปลกคือ ความชอบที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ไม่เหลือสักนิด ตอนผมเล่นละครเป็นแบบอื่น
เช่น...ผมไม่รัก หรือเอ็นดูเด็กเลยแม้ แต่น้อย ในเวลาที่ผม ไม่ได้สวมบทบาทเป็นครู
แน่นอนว่า อื่นๆก็ด้วย
.
รวมถึงความรัก ในตอนที่ผมอยู่กับเธอ ผมตายแทนเธอได้ แต่ตอนนี้ แม้เธอตาย ผมก็ไม่ยอมเลิกงานก่อนเวลาด้วยซ้ำ
.
.
เพื่อนสนิท เลยถามว่า
เออ เก่ง โกหกได้ทุกคน เป็นได้ทุกอย่าง
แต่ช่วยเป็นตัวเองได้มั้ยวะ ?
.
#ผมตอบไม่ได้ !!!!
ผมจำไม่ได้ แล้ว ว่าเป็นตัวเองครั้งสุดท้าย เมื่อไหร่ แล้วเป็น ตัวเอง ต้องยิ้ม ต้องหัวเราะ ต้องโกรธในเวลาไหน ? สถานการณ์ไหน ?
ผม...ตอบเพื่อนด้วยคำถามที่ว่า เป็นตัวเองต้องเป็นยังไงวะ?
.
เพื่อนถาม
นี่โกหกมาก จนลืมวิธีเป็นตัวเองเลยเหรอวะ ?
.
.
ผมได้แต่เงียบ
.
จบเท่านี้ ยาวหน่อย ขอบคุณที่สละเวลาอ่าน
.
จริงๆผมคิดจะไปหาจิตแพทย์ หลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปซักที เพราะคิดว่า อาจจะปรกติ ทุกคนอาจจะเป็นแบบผม
#คำถาม !!!!!!!!
แบบที่ผมเป็นนี่...ปรกติรึปล่าวครับ ?
ที่ถาม แบบนี้ เพราะได้ยินบ่อยๆว่า ในสังคมทุกคนล้วนใส่หน้ากาก
ผมอาจจะแค่ มีหน้ากากหลายอัน
.
.
แต่ถ้าให้วินิจฉัยตัวเอง ในฐานะแพทย์ปลอมๆ
ผมคิดว่า
ผมเบี่ยงเบนทางเพศ ร้อยเปอเซ็น
และ ไม่สามารถ มีเซ็กได้ เพราะ ประสบการณ์ สมัยเด็ก
ส่วนเรื่องโกหก คงเพราะ ตอนเข้าสังคมใหม่ นั้นใสซื่อ พูดความจริง จนโดนรังแก เพราะศาสนาต่าง
จึงพยายามไม่บอกความจริงใคร เพราะกลัวว่าความจริงจะทำให้โดนสังคม bully อีก
.
.
#ถึงผมจะโกหกมาเยอะมากแต่ทุกสิ่งในกระทู้นี้เป็นความจริง
ถ้ามีส่วนที่พิมผิดก็ขออภัย โทรศัพท์ กด shift ติดบ้างไม่ติดบ้าง
การโกหก ของผม ถือเป็นปรกติรึปล่าว ???
ผม อยากทราบว่าการโกหก เยอะๆ เยอะมากๆ มันเป็นปรกติของสังคมไทยหรือเปล่า
จะเอาตรงๆ คือ ผมปรกติมั้ย ?
.
.
จะเริ่มเรื่องยังไงดี เขาบอกว่า เกิน60% ของคนรักร่วมเพศ มักเคยโดนล่วงละเมิด ตอนเด็ก ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
สมัยตอนเด็ก ราวๆ 4ขวบ ผมโดนลุง แถวๆบ้าน หลอกให้ไป อม***** หลังจากนั้น ก็มากขึ้น มากขึ้น เรื่อยๆ ถึงขั้น พยายามข่มขืนกันเลยทีเดียว เหตุการณ์ นั้นฝังใจมาก และทำให้ผมชอบผู้ชาย มาจนปัจจุบัน
หลังจากเหตุการณ์นั้น ครอบครัวผมก็ย้ายออกจากกรุงเทพ ไปอยู่ จังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน
ครอบครัวพ่อผมเป็น มุสลิม ผมจึงได้นับถือ กับพวกท่าน จึงทำให้ผมโดน เหยียด โดนแกล้ง โดนรังแกมากเป็นิพิะศษ เพราะความแตกต่าง
ไอ้**** ไอ้ไม่กินหมู ไอ้โจรใต้ ทำไมไม่ลงไปอยู่ใต้ และอีกมากมาย ในชีวิต ประถม
เพื่อนดีๆ ที่คบตั้งแเด็กจนโตนั้น ผมไม่มีเลย
.
พอเข้ามัธยม ผมมีการปรับตัว เข้าสังคม พยายาม ไม่เลือกกิน กินหมู กินทุกอย่าง โกหก ทุกคนที่ รร ว่าเป็นพุทธ
โกหก พ่อแม่ตัวเองว่าไม่ได้กินหมู
ใช้ชีวิตโดย โกหก ทุกๆคนไป จนกระทั่ง ม.ปลาย
ช่วงม.ปลายผมมี เพื่อนที่เรียกได้ว่าเพื่อนแท้ 2คน
แต่ถึงแบบนั้น ผมก็โกหกพวกเค้า เรื่องของผม อยู่ไม่น้อย แต่ก็เปิดเผยรสนิยมทางเพศ
วันนึง เพื่อนสนิทผมไปที่บ้าน แล้วได้คุยกับพ่อแม่ผม
พ่อโกรธมาก บอก อิสลามไม่มีกะเทย ไม่มีเกย์ ถ้าจะผิดเพศ (ผิดหลักศาสนา) ก็ไม่ต้องมาเป็นพ่อลูกกันเลย
ผมคุยกับเพื่อน ทั้ง2 พวกเค้าก็เข้าใจ
.
หลังจากนั้น ผมก็ต้องโกหกมากยิ่งขึ้น
.
ยิ่ง เพื่อที่จะเข้าสังคมใหม่ๆ ผมก็เริ่มที่โกหกมากขึ้น ทั้งอายุ ทั้งชื่อ รสนิยมทางเพศ และ ฐานะ
ผมเรียนมหาลัย ไปอย่างราบลื่น โดยไม่มีเพื่อนเลย มีเพียงแต่ เพื่อนร่วมชั้นที่คุยกันเรื่องงาน แบบ ตอบ ถาม แล้ว จบ
มีแม่ค้าร้านอาหาร คนนึง สนิทมาก ขนาดที่ทำ ให้กินฟรี อาทิตละครั้ง
แถมยัง เพิ่มอาหารให้ทุกครั้ง เพราะกลัวไม่อิ่ม ไปเที่ยวไหน ซื้อของฝากผมตลอด
โดยที่แม่ค้าคนนั้น "ไม่ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับผมสักอย่าง" ไม่ว่าจะเป็น อายุ ชื่อเล่น รสนิยม สาขาที่เรียน ที่ตั้งหอพัก
.
ปิดเทอม ได้ไปเที่ยว กับครอบครัว เพื่อนสนิท พ่อแม่ เพื่อน มักชมเสมอว่านิสัยดี
รักสะอาด ไม่เหมือน ลูกตัวเอง
รักสะอาด คือ (ผมเป็นคน เห็นขยะตกพื้น ในเขตที่อยู่อาศัย ไม่ได้ ต้องตามเก็บ และ ผมจะเก็บทุกอย่างที่ตัวเองกิน ไม่ว่าจะเป็น ขนมขบเคี้ยว หรือ กระทั่ง kfc ซึ่ง !!!! นิสัยส่วนนี้ ผมจะทำก็ต่อเมื่อ ผมอยู่กับคนอื่นเท่านั้น อยู่คนเดียวรกมาก << fake สร้างภาพ โกหก อีกแล้ว) และยังมีความเป็นเด็กดี มีเมตตา มีความขยัย หมั่นเพียร และ อีกมากมาย ที่ผมโกหก จนคนรอบข้างคิดว่าผมเป็นคนแบบที่กล่าวมา
.
อยู่ กับเพื่อนคนนึงเป็นแบบนึง กับอีกคน เป็นแบบนึง
คนละแบบ ไม่ใช่แค่การใส่หน้ากาก แต่เป็น คนละคาแรกเตอร์เลย กับเพื่อนบางคน ผมธรรมมะ ธรรมโมปลอมๆ
กับอีกคน เป็นคนใจร้อนปลอมๆ กับบางคน ผมเสล
อยู่กับผู้ใหญ่เป็นแบบนึง ยิ่งหนักมากตอนอยู่บ้าน คือ พ่อ แม่ แยกทาง ตอน ปี1
คุยกับพ่อ พ่อด่าแม่ให้ฟังผมก็เออ ออ ไปด้วย กับแม่ก็แบบเดียวกัน เออ ออ ไปด้วย
ผมหารายได้เสริม ระหว่างเรียน ด้วยการสอนภาษา โดยโกหกว่า ผมเรียน ครู eng
แต่สอนได้ดี เพราะผมตั้งใจโกหกมากๆ (ถึงกับศึกษา จนอยู่กินกับต่างชาติได้ เพื่อมาสอน)
และก็เริ่ม ศึกษา จริงจัง เพื่อให้โกหกได้เยอะยิ่งขึ้น สอนทั้ง คณิต ภาษา และฟิสิก
ถึง ขนาด ผ่า เย็บ แผลให้คนเจ็บได้ เพราะ ศึกษามาเยอะ แน่นอนว่า โกหกว่าเรียนหมอ
.
ปัจจุบัน
ทุกวันนี้ เวลามีคนมาถาม หรือ ให้ทำอะไร ให้พูดอะไร " การตอบตามความจริง หรือการทำตามความรู้สึก เป็นอย่างสุดท้ายที่ผมคิดจะทำ "
ผมคิดหาคำพูดโกหก ให้มันผ่านไปด้วยดี โดยที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ผมทำแบบนั้น มาหลายปี จนทุกวันนี้ ผมไม่รู้แล้วว่า ผมชอบอะไร ผมแค่ทำ ตามที่คนอื่นต้องการ (โดยอ่านกริยา ก่อนว่า เค้าต้องการแบบไหน)
.
และผม สับสนทางเพศตอน อายุ 22
ผมคบกับผู้หญิงคนนึง เราวางแผนจะแต่งงานกันแล้ว ทั้งๆที่เค้า ไม่รู้รสนิยมผม ไม่รู้ภูมิหลังผม ไม่รู้แม้กระทั่งศาสนา
คงเพราะผม โกหก ทุกอย่างๆ เพื่อให้มันผ่านไปด้วยดี
ผมรู้สึกดีกับผู้หญิง คนนี้มาก อยากใช้ชีวิต กับเธอ ห่วงใย ใส่ใจ และแคร์ ความรู้สึกเธอมาก
แต่ผมไม่รู้ว่า ผมจะมี sex กับเธอ ได้รึปล่าว เพราะผมไม่เคยกับใครเลย
กับผู้ชายด้วยกัน ก็เคยลอง สุดท้าย...ความทรงจำตอนโดนข่มขืนกลับมาหลอกหลอน โวยวายร้องไห้ ถีบอีกฝ่ายกระเด็น
.
.
### ผม....ไม่รู้แล้วว่า ผมชอบผู้ชายหรือ ผู้หญิง ผมบอกตัวเองว่าชอบผู้ชายมาตลอด แต่กลับมีอะไรกับผู้ชายไม่ได้
กลับผู้หญิงที่คบด้วย ผมรักมาก แต่ไม่เคยเกิดอารมณ์กับเธอ
.
### ผมไม่รู้ด้วยว่าผมชอบอะไร แค่ทำให้คนรอบข้างพอใจ และไม่ทำใครเดือดร้อน
.
เคยปรึกษาเพื่อนสนิท ว่าควรใช้ขีวิตยังไง เพื่อใคร
(ปัจจุบันโกหก ทั้งพ่อและแม่ ว่าเป็นคนกตัญญู หาเงินส่งให้ คอยดูแล แต่ไม่ให้พวกท่านรู้อะไรกับผม ไม่ว่าจะเป็น งาน เพศ หรือ ความรัก)
เพื่อนบอกว่า ก็เป็นมาหลายอย่างแล้ว ทั้งครู หมอ ทหาร ชาวนา จิตอาสา ไม่มีที่โดนใจบ้างเหรอ ?
#คำตอบของผมคือ
ผมชอบทุกอย่าง ตอนเป็นครู ผมชอบเด็ก และชอบสอน
ตอนเป็นหมอ ผมชอบดูแลคนป่วย คนที่ดุแลตัวเองไม่ได้
ตอนเป็นทหาร ผมชอบเสียสละ ชอบทำเพื่อคนอื่น
ตอนเป็นชาวนา ผมชอบชีวิตหาเช้ากินค่ำ
ตอนเป็นจิตอาสา ผมข่วยเหลือคนที่เดือดร้อน
ปัจจุบัน ชอบอยุ่กับ คนรัก ชอบดูแบพ่อแม่
.
ที่แปลกคือ ความชอบที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ไม่เหลือสักนิด ตอนผมเล่นละครเป็นแบบอื่น
เช่น...ผมไม่รัก หรือเอ็นดูเด็กเลยแม้ แต่น้อย ในเวลาที่ผม ไม่ได้สวมบทบาทเป็นครู
แน่นอนว่า อื่นๆก็ด้วย
.
รวมถึงความรัก ในตอนที่ผมอยู่กับเธอ ผมตายแทนเธอได้ แต่ตอนนี้ แม้เธอตาย ผมก็ไม่ยอมเลิกงานก่อนเวลาด้วยซ้ำ
.
.
เพื่อนสนิท เลยถามว่า
เออ เก่ง โกหกได้ทุกคน เป็นได้ทุกอย่าง
แต่ช่วยเป็นตัวเองได้มั้ยวะ ?
.
#ผมตอบไม่ได้ !!!!
ผมจำไม่ได้ แล้ว ว่าเป็นตัวเองครั้งสุดท้าย เมื่อไหร่ แล้วเป็น ตัวเอง ต้องยิ้ม ต้องหัวเราะ ต้องโกรธในเวลาไหน ? สถานการณ์ไหน ?
ผม...ตอบเพื่อนด้วยคำถามที่ว่า เป็นตัวเองต้องเป็นยังไงวะ?
.
เพื่อนถาม
นี่โกหกมาก จนลืมวิธีเป็นตัวเองเลยเหรอวะ ?
.
.
ผมได้แต่เงียบ
.
จบเท่านี้ ยาวหน่อย ขอบคุณที่สละเวลาอ่าน
.
จริงๆผมคิดจะไปหาจิตแพทย์ หลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปซักที เพราะคิดว่า อาจจะปรกติ ทุกคนอาจจะเป็นแบบผม
#คำถาม !!!!!!!!
แบบที่ผมเป็นนี่...ปรกติรึปล่าวครับ ?
ที่ถาม แบบนี้ เพราะได้ยินบ่อยๆว่า ในสังคมทุกคนล้วนใส่หน้ากาก
ผมอาจจะแค่ มีหน้ากากหลายอัน
.
.
แต่ถ้าให้วินิจฉัยตัวเอง ในฐานะแพทย์ปลอมๆ
ผมคิดว่า
ผมเบี่ยงเบนทางเพศ ร้อยเปอเซ็น
และ ไม่สามารถ มีเซ็กได้ เพราะ ประสบการณ์ สมัยเด็ก
ส่วนเรื่องโกหก คงเพราะ ตอนเข้าสังคมใหม่ นั้นใสซื่อ พูดความจริง จนโดนรังแก เพราะศาสนาต่าง
จึงพยายามไม่บอกความจริงใคร เพราะกลัวว่าความจริงจะทำให้โดนสังคม bully อีก
.
.
#ถึงผมจะโกหกมาเยอะมากแต่ทุกสิ่งในกระทู้นี้เป็นความจริง
ถ้ามีส่วนที่พิมผิดก็ขออภัย โทรศัพท์ กด shift ติดบ้างไม่ติดบ้าง